วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สูตรสมุนไพรล้างไต ขับปัสสาวะ

 เล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับไต 
ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือและขับออกพร้อมกับน้ำในรูปของ
ปัสสาวะเนื่องจากไตและกระเพาะปัสสาวะทำงานสัมพันธ์กัน มื่อไตเกิดผิดปกติจึงส่งผล
ให้กระเพาะปัสสาวะผิดปกติไปด้วย เช่น ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะ
เป็นฟองมาก หรือบางรายอาจจะปัสสาวะออกมาเป็นเลือดก็ว่าได้ ซึ่งอาการเหล่านี้
เกิดจากการกินอาหารรสจัด หรือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารมันๆเป็นประจำ เพราะฉะนั้น
จึงต้องมีการดูแลและรักษาสุขภาพไตของเราห้ดีอยู่เสมอ

 สูตรสมุนไพรล้างไต ขับปัสสาวะ
  •  กระชาย 1 ขีด
  • หอมแดง 1 ขีด
  • ข่า 1 ขีด
  • ตะไคร้ 1 ขีด
  • บมะกรูด 1 ขีด
  • ใบมะนาว 1 ขีด
  • ใบสาระแหน่ 1 ขีด
วิธีการทำ

       นำสมุนไพรทั้ง 7 ชนิดมาล้างให้สะอาด ใส่ลงไปในหม้อ เติมน้ำให้ท่วม ต้มให้เดือด 
จากนั้นนำมาดื่มให้หมดใน 1 มื้อ อัตราการใช้ 1 หม้อต่อ 1 วัน ไม่ควรนำกลับมาต้มซ้ำ
(ต้ม 3 เอา 1) ควรเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง ดื่มติดต่อกัน 1 สัปดาห์จะเห็นผลจากปัสสาวะดีมาก

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : facebook.com/พระอธิการ นพดล กันตสีโล วัดหนองรั้ว
Cr : http://health4friends.lnwshop.com/
 

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559

ข้อคิดทางธรรมะจากงานศพ

ข้อคิดทางธรรมะที่ได้จากงานศพ
ในการจัดการศพ จะมีประเพณีปฏิบัติบางอย่างที่ทำมาแต่โบราณ
ซึ่งสอดแทรกความหมายทางธรรมไว้  เรามาดูกันครับ

1. มัดตราสังข์สามเปราะ
 มัดที่คอ หมายถึง บ่วงรักลูก
มัดที่มือ หมายถึง บ่วงรักสามี - ภรรยา
มัดตรงข้อเท้า หมายถึง บ่วงรักทรัพย์สมบัติ
ติดอยู่สามบ่วงนี้ ไปนิพพานไม่ได้ ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏไม่มีจบสิ้น
 
2. เคาะโลงรับศีล
ไม่ใช่ให้คนตายมารับศีลแต่เพื่อเป็นการบอกคนที่มาร่วมงานว่า
อย่าเอาแต่มัวประมาทขาดสติ ไม่สนใจในหลักธรรมคำสอน
เมื่อตายไปหมดโอกาสทำความดี จะเคาะจนโลงแตกก็ลุกขึ้นมาไม่ได้
 
3. สวดอภิธรรม
มักสวดเป็นภาษาบาลี คนเป็นฟังไม่รู้เรื่องจึงนึกว่าสวดให้คนตาย แต่จริงๆ
แล้วเป็นการสวดเพื่อสอนคนที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะได้นำหลักธรรม
ไปปฏิบัติให้เกิดผลดีในชีวิตประจำวัน ดังนั้นแม้จะฟังไม่เข้าใจแต่เพื่อ
ให้การฟังสวดอภิธรรมเกิดผลควรสำรวมส่งจิตไปอยู่กับเสียงพระสวด
ให้จิตสงบนิ่งอยู่กับเสียงพระสวดก็จะเกิดสมาธิจิตได้
 
4. บวชหน้าไฟ
มักเข้าใจกันว่า เป็นการบวชจูงผู้ตายขึ้นสวรรค์ความจริงนั้น ไม่ใช่
เพราะการบวชหน้าไฟเป็นการปลงธรรมสังเวชต่อการเกิด แก่ เจ็บ และตายในที่สุด
มนุษย์ก็มีเท่านี้ ทำให้เกิดการเบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกียวิสัย ไม่ประสงค์จะอยู่ในเพศฆราวาส
แล้วพอใจในสมณะเพศมุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น เข้าสู่มรรคผลนิพพาน
 
5. การนิมนต์พระจูงออกหน้าศพ
เพื่อจะสอนคนที่ยังอยู่ให้ได้สำนึกว่าตอนที่ยังอยู่ต้องเดินตามหลังพระ หมายความว่า
ให้ดำเนินชีวิตตามพระธรรมคำสั่งสอนพระพุทธเจ้านั่นเอง จึงจะอยู่ดีมีสุข มีความเจริญก้าวหน้า
 
6. การเวียนซ้าย 3 รอบ
หมายถึง การเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้งสามอันมี กามภพ รูปภพ อรูปภพ
ด้วยอำนาจกิเลสตัณหาอุปทานก็จะเป็นทุกข์ไม่จบสิ้น ฉะนั้นต้องทวนกระแสกิเลส
เป็นการสอนธรรมชั้นสูงจึงได้พาศพเวียนซ้าย
 
7. การใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ
เพื่อชี้ให้เห็นว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำสะอาด บริสุทธิ์ ผู้เข้าสู่มรรคผลนิพพาน ต้องชำระจิต
ให้สะอาดด้วยน้ำทิพย์จากพระธรรม

ที่มา : http://health4friends.lnwshop.com/
 

การ เตรียมสภาพแวดล้อม เพื่อ "นำทาง" ให้กับผู้ป่วยก่อนจะทิ้งร่างไป

สภาพกราฟสมองของคนหลังความตาย
"การศึกษาทางประสาทสรีรวิทยา นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
พบว่าหนูที่ตายใหม่ๆ หัวใจหยุดทำงาน เลือดหยุดไปเลี้ยงสมอง แต่คลื่นสมอง
ยังคงอยู่ในภาวะ "ตื่นตัวขั้นสูง" บ่งบอกถึงการมีสติสัมปชัญญะของคนเมื่อหัวใจหยุดเต้น"
ดังนั้น ทางการแพทย์บอกว่า "ตาย" แต่สมองยังทำงานอยู่ เป็น "การสร้างภาพจากสังขารจิต
20 นาที" ว่าจะไปภพภูมิใด ดังนั้น จึงควร "เหนี่ยวนำ ไม่ให้นิมิตมาหลอกหลอน 20 นาที
หลังหัวใจหยุดเต้น (กรรม กรรมนิมิต คตินิมิต) การเข้าสู่ความมืด(ภวังคจิต) บังสุกุล
คำศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละศาสนาจะปลุกจิตให้ตื่นหรือถอนออกมาเอง" แปลว่า ต่อให้ก่อนตาย
ญาติและคนไข้ได้เตรียมตัวเหนี่ยวนำจิตเป็นอย่างดี จนตายไปแล้ว (ก็คือหัวใจหยุดทำงาน)
สมองก็ยังเหนี่ยวนำสิ่งที่ทำก่อนตายอยู่ เช่น ถ้ากำลังสวดมนต์ภาวนา ตายไปแล้วจิตและ
สมองก็ยังหมกมุ่นอยู่กับการสวดมนตร์ภาวนา ดวงจิตก็ย่อมเปลี่ยนภพภูมิไปที่ดี
แต่หากสมมติว่า ก่อนตายเตรียมตัวดีมาก แต่เมื่อตายไปแล้ว ญาติๆ ร้องไหร้ระงึมเสียงดังลั่น
หรือ ลูกหลานทะเลาะแย่งสมบัติด้วยเสียงเซ็งแซ่ บรรยากาศเหล่านนั้นก็จะเหนี่ยวนำให้สมอง
ครุ่นคิดตรงนั้นและก็นำพาดวงจิตไปสู่ภพภูมิไม่ดีได้นั่นเอง
สภาพจิตของคนหลังความตาย 
จิตหลังความตาย 20 นาทีแรกจึงมีความสำคัญในการเปลี่ยนภพด้วย ดังนั้น สิ่งที่ควรทำหลัง
ความตาย 20 นาทีแรก คือ สวดมนต์ และอีกสิ่งที่อาจารย์อาภรณ์ทำประจำคือ เมื่อรู้ว่ามีคนไข้ตาย
ก็จะหยิบขวดน้ำมนต์เย็นๆ ในตู้เย็นติดมือไป และหยดน้ำมนต์ที่ตาที่สาม (จักระ 6) ตรงหน้าผาก
หว่างคิ้ว เพื่อให้ความเย็นของน้ำไปส่งสัญญาณให้สมองที่ตรงกลางข้างในซึ่งยังทำงานอยู่ได้
ตื่นตัวฟังเสียงสวดมนต์หรือบังสุกุล แต่ถ้าใครไม่มีน้ำมนต์ ก็ให้ใช้น้ำเย็นธรรมดาก็ได้
เพื่อว่านำ้เย็นจะช่วยดึงให้จิตของคนตายอยู่กับเสียงสวดมนต์ตลอดเวลาจนกว่าจะดับจิตไปและ
ไม่ให้จิตไปสดุดเอากับอกุศลกรรม หรือ อบายภูมิ ที่ไม่ดี ที่อาจทำให้เขาตกไปในภพภูมิที่ไม่ดี 
การช่วยทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้คนตายได้เปลี่ยนภพภูมิที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ ตอนที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องทำความดี
ละความชั่ว ขัดเกลาจิตใจให้ผ่องใสด้วย จะได้พร้อมเปลี่ยนภพภูมิได้ทุกที่ ทุกเวลา

ที่มา : VDO อ.อาภรณ์   เชื้อประไพศิลป์
credit : http://health4friends.lnwshop.com/

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สูตรทำแชมพูบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ

 ส่วนผสมมีดังนี้

             1.แชมพูออย(EMAL 28CT)                              1/2  กก.
             2.ผงฟอง(ช่วยให้ฟองมาก)                               50   กรัม
             3.เกลือแกงหรือผงข้น(ช่วยให้น้ำยาข้นขึ้น)  125– 150  กรัม  
             4.ลาโนลิน (ช่วยให้เส้นผมลื่น)                           50  กรัม           
             5.น้ำสะอาด (หรือน้ำสมุนไพรชนิดที่ต้องการ)        1.5  กก. (หรือลิตร)
             6.น้ำหมักชีวภาพมะกรูด,มะเฟือง                       1/2   ถ้วยตวง
             7.น้ำหอมกลิ่นตามชอบ  ปริมาณเล็กน้อย

วิธีทำ
          1. แบ่งน้ำปริมาณเล็กน้อยใส่ภาชนะ ตั้งไฟพอน้ำร้อน นำลาโนลินลงละลายในน้ำร้อน แล้วพักไว้
          2. นำน้ำสะอาดที่เหลือ (หรือน้ำสมุนไพรชนิดที่ต้องการ)ใส่ในภาชนะใบใหญ่ (ควรใช้ภาชนะพลาสติกหรือสแตนเลส)
         
 3. ค่อยๆใส่ผงฟองลงในน้ำทีละน้อยๆ พร้อมกับคนให้ผงฟองละลายจนหมด 
          4. ใส่แชมพูออย ลงในน้ำผสมผงฟองที่เตรียมไว้ในข้อ 3  คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วใส่น้ำหมักชีวภาพ
          5. จากนั้นค่อยๆใส่เกลือแกงทีละน้อย คนให้ละลาย(ไม่ต้องถึง150 กรัมก็ได้ ดูว่าน้ำยาข้นก็พอ ถ้าใช้มากเกินไปน้ำยาจะเหลว)
          6. ใส่ลาโนลีนที่เตรียมไว้(จากข้อ 1) ลงไป
          7. ใส่กลิ่นตามที่ต้องการ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ฟองยุบตัวจึงกรอกใส่ในภาชนะเก็บไว้ใช้
ข้อควรทราบ 
           1. ถ้าทำใช้เฉพาะในครัวเรือนไม่ควรทำครั้งละมากๆเพราะไม่ได้ใส่วัตถุกันเสีย(จากสูตรได้แชมพูมากกว่า 2 กก. อาจแบ่งใส่ขวดเล็กๆมาใช้ ที่เหลือก็เก็บในตู้เย็น) 
           2. การใส่เกลือ(ผงข้น)ควรใส่ประมาณ 125 กรัม ก่อน ถ้าเห็นว่าแชมพูข้นแล้วก็ไม่ต้องเพิ่ม เพราะถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้แชมพูคืนตัว เหลว
           3. สมุนไพรที่นำมาใส่ในแชมพูสระผมมีหลายชนิด ควรศึกษาถึงคุณสมบัติของสมุนไพรแต่ละชนิดก่อนและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง  ตัวอย่างเช่น
               - น้ำที่สกัดจากดอกอัญชันดอกสีน้ำเงิน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้รากผมแข็งแรง เมื่อใช้ได้สักระยะหนึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีผมร่วงน้อยลงและมีผมใหม่ขึ้นมากกว่าเดิม  เตรียมน้ำดอกอัญชันโดยใส่น้ำลงในหม้อ(ปริมาณไม่ต้องมากนัก) ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำกลีบดอกอัญชันใส่ลงในน้ำเดือด ใช้ทัพพีคนคลุกเคล้าไปมาจนกลีบดอกอัญชันสีซีดลงและน้ำเป็นสีน้ำเงินเข้ม จึงกรองเฉพาะน้ำมาใช้ เมื่อผสมแล้วจะได้แชมพูสีม่วงสดใส แต่สีม่วงในแชมพูนี้จะค่อยๆสลายตัวไปทีละน้อยเนื่องจากเป็นสารธรรมชาติ สลายตัวได้ง่าย แต่สามารถยืดอายุด้วยการเก็บในตู้เย็น
               - น้ำที่สกัดจากผลมะคำดีควาย มีคุณสมบัติลดรังแค รักษาอาการชันนะตุและเชื้อราบนหนังศีรษะ เตรียมโดยใช้ผลมะคำดีควายแห้ง(หาซื้อได้ตามร้านขายสมุนไพรหรือยาไทยแผนโบราณ)แช่น้ำให้ผลนุ่มก่อนแล้วต้มให้เดือด กรองเอาเฉพาะน้ำมาใช้
               - ว่านหางจระเข้  วุ้นใสๆที่ใบมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผมให้นุ่มชุ่มชื้น เตรียมได้โดยปอกเปลือกใบว่านหางจระเข้ออกให้หมด แล้วล้างยางสีเหลืองให้หมด(ถ้าล้างยางไม่หมด ยางจะกัดผิวหนัง) นำวุ้นมาใส่โถปั่นให้ละเอียด แต่สารสำคัญในวุ้นนี้จะสลายตัวได้ง่ายมาก ถ้าทำใหม่ๆใช้สดๆจะได้ผลดีกว่าที่ทำทิ้งไว้นาน
           4. น้ำหมักชีวภาพที่นำมาทำแชมพูสระผม มีหลายชนิด เช่น มะกรูด มะเฟือง ส้มป่อย  มีฤทธิ์เป็นกรดช่วยชะล้างความสกปรก และมีสรรพคุณทางสมุนไพรตามแต่ชนิดของผลไม้ 
คุณสมบัติของสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการดูแลหรือบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
        - ผลมะกรูด น้ำจากผลมะกรูดจะมีฤทธิ์เป็นกรดค่อนข้างมาก(pH 3.5) เมื่อนำมาผสมน้ำให้เจือจางใช้สระผม จะช่วยสลายไขมันและชะล้างสิ่งสกปรกที่เกาะบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี (การใช้น้ำมะกรูดสระผมที่ถูกวิธี ต้องผสมน้ำเพื่อลดความเข้มข้น ไม่ควรใช้ชะโลมบนเส้นผมโดยตรง เพราะจะทำให้เส้นผมเปราะขาดง่าย)  
        - ผิวมะกรูด น้ำมันจากเปลือกผลมะกรูดมีกลิ่นหอม และช่วยบำรุงให้เส้นผมเป็นเงางาม        

        - ผลมะเฟือง น้ำจากผลมะเฟืองมีฤทธิ์เป็นกรด(ค่อนข้างมาก pH 2.5-3) ช่วยสลายไขมันและชะล้างสิ่งสกปรกที่เกาะบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี  เมื่อนำมาผสมน้ำให้เจือจางลงใช้สระผมจะช่วยบรรเทาอาการคันศีรษะได้
        - ผลมะคำดีควาย น้ำที่สกัดจากผลมะคำดีควาย จะมีคุณสมบัติช่วยลดรังแค รักษาอาการชันนะตุหนังศีรษะเป็นเชื้อรา แต่การใช้ต้องระวังไม่ให้เข้าตา เพราะจะแสบมาก
        - ดอกอัญชัน  น้ำที่สกัดจากดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต หากนำมานวดหนังศีรษะและหมักผมก่อนสระ 15 นาที หรือผสมลงในแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยทำให้รากผมแข็งแรงขึ้น เส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย 
        - ต้นตะไคร้ น้ำที่สกัดจากต้นตะไคร้(ต้นตะไคร้ทุบให้แตกต้มกับน้ำสะอาด)ใช้หมักผมก่อนสระหรือผสมในแชมพู เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการเส้นผมแตกปลาย ลดรังแค
        - ใบว่านหางจระเข้  วุ้นใสๆที่ได้จากใบว่านหางจระเข้ ใช้หมักผมก่อนสระ เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยให้ผมนุ่มสลวย หวีง่าย และช่วยรักษาแผลบนหนังศรีษะ
        - ต้นฟ้าทลายโจร น้ำที่สกัดจากฟ้าทลายโจร(ใบ ต้น ฝัก) จะมีสารยับยังการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด ใช้หมักผมก่อนสระหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยลดอาการเส้นผมหลุดร่วงง่าย 

ขอบคุณข้อมูลจาก krupawana ดอทคอม
รูปจาก สารนุกรมความรู้
ที่มา http://health4friends.lnwshop.com/

สูตรทำแชมพูผมนิ่มและดกดำ

ส่วนผสม แชมพูผมนิ่มและดกดำ 
1. มะกรูด  1   กิโล หรือมากกว่า (  มะกรูดเป็นสัดส่วนหลัก  เจ้าของสูตรแนะนำให้เน้นมะกรูดเป็นหลัก มะกรูดน้อยเกินไปจะทำปฏิกิริยากับเบกกิ้งโซดาได้ไม่ดี ไม่เป็นฟอง )
2. ดอกอัญชัน   2 – 3  ขีด
3. ขิงสด 2 – 3  ขีด
4. เบคกิ้งโซดา 1 ถุง
5.น้ำสะอาด
วิธีทำแชมพูผมนิ่มและดกดำ
1.ล้างมะกรูด ขิง ดอกอัญชัญ ด้วยน้ำสะอาด จนแน่ใจว่าสะอาดดี โดยเฉพาะขิงต้องไม่มีดินติด
2.หั่นมะกรูด หั่นขิง เป็นเเว่นบางๆ
3.นำขิง มะกรูด ดอกอัญชันไปต้มรวมกันโดยใส่น้ำสะอาดให้ท่วมสมุนไพร ไม่ต้องให้สมุนไพรลอย ( เหมือนหุงข้าว ท่วมหลังมือ ) น้ำจะเยอะเกินไม่เข้มข้น
4.ตั้งไฟอ่อนๆ – ไฟกลางๆ ห้ามใช้ไฟแรง เพราะสมุนไฟรจะค่อยๆซึม หากใช้ไฟแรงน้ำจะแห้งเร็ว
5.สังเกตว่าดอกอัญชัญและมะกรูดเปื่อยยุ่ยแล้ว นำขึ้นจากเตา พักไว้ให้เย็น
6. นำไปกรองเอาเฉพาะส่วนน้ำ เก็บใส่ขวดสะสะอาด ปิดผาให้มิดชิด
วิธีสระ แชมพูผมนิ่มและดกดำ
1.เเบ่งน้ำยาสระผมจากขวด พอประมาณ สำหรับที่จะสระ ใส่ในภาชนะ และตักผงเบคกิ้งโซดาลงไป 1 ช้อนชา คนๆให้เข้ากัน แล้วสระผมตามปกติ
2. ล้างผมออกให้สะอาด หลายๆคนอาจตกใจขณะที่ผมยังไม่แห้งจะรู้สึกว่าผมกระด้าง เป้นปกติค่ะ รคอให้ผมแห้งแลัวหวีๆดูจะพบว่าผมนิ่มมากๆ แทบจะไม่ต้องไดร์เลยทีเดียว 
คำถามคาใจของใครหลายคน 
1.ไม่ใส่ เบคกิ้งโซดาได้หรือไม่   ?
คำตอบ คือได้ แต่ไม่ดี ใส่เบคกิ้งโซดาจะให้ผลดีกว่า เนื่องจากน้ำสมุนไพรที่เราต้มมีฤทธิ์เป็นกรด หากสระเพียวๆผมจะเเข็งมากๆ  เบคกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นด่าง  พอนำมาผสมกันจะทำให้มีฤทธิ์เป็นกลางสระคล่องๆ เหมือนยาสระผมที่ซื้อตามห้างสรรพสินนั่นเอง
2.ต้องเเช่ตู้เย็นหรือไม่ ?
คำตอบ เก็บที่อุญหภูมิปกตินาน 2สัปดาห์ไม่เสีย ใครจะแช่ตู้เย็นก็ได้ไม่ผิดกติกาค่ะ
3.เติมสมุนไพรชนิดอื่นได้หรือไม่ ?
คำตอบ สามารถเติมได้ตามต้องการหาก ค้นพบว่าสมุนไพรชนิดนั้นมีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพผม
ขิง มีคุณสมบัติส่งเสริมการงอกของเส้นผม เหมาะสำหรับคนผมร่วงมาก หัวล้าน
มะกรูด บำรุงให้เส้นผมแข้งแรง เป็นเงางาม
ดอกอัญชัญ มี แอนโทไซยานิน (anthocyanin) บำรุงหนังศีรษะ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตของหนังศีรษะช่วยให้ผมดกดำเป็นเงางาม
ขอบคุณข้อมูล :
FB : Tan Phonburee
ขอบคุณภาพประกอบ :
FB : ยศยา ทวีสุขภิญโญ
ที่มา
http://health4friends.lnwshop.com/

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Quinoa (ควินัว) คืออะไร และ ดีอย่างไร?

Quinoa (ควินัว)
        คือพืชชนิดหนึ่ง   ซึ่งคนทั่วไปเห็นรูปร่างหน้าตาภายนอกแล้วคิดว่าเป็นพืชตระกูลธัญพืช พวกเดียวกับข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์  แต่ความจริงพืชตระกูลนี้อยู่ในสปีชีส์ที่ใกล้เคียงกับหัวบีทและผักปวยเล้ง   Quinoa (ควินัว, คีนนาว, คี้หนั่ว ฯลฯ   แล้วแต่สำเนียงการอ่านของแต่ละประเทศ)    สุดยอดอาหารของชาวอินคาโบราณ   เป็นพืชพันธุ์พื้นเมืองในเขตที่แหล่งปลูกดั้งเดิมมาจากกลุ่มประเทศในเขตเทือกเขาแอนดิส    ในทวีปอเมริกาใต้ ชาวอินคาถือว่าเมล็ดคีนัวนั้นเป็นเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ และทำการเพาะปลูกมากว่า 3-4 พันปีแล้ว ผลผลิตที่มากที่สุดอยู่ที่ โบลีเวีย และ เปรู
Quinoa  เป็นเมล็ดที่มีสารอาหารสูงมาก ทั้งโปรตีนปริมาณมากถึง 16 - 18% รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ อย่างไฟเบอร์  กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด  เช่น  แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก   คีนัวเป็นอาหารที่ย่อยได้ง่ายและปราศจาก กลูเตน***  คีนัวเป็นอาหาร ให้พลังงานสูง ถือเป็น super food ขนานแท้ ล่าสุดองค์การสหประชาชาติประกาศให้ปี 2013 เป็น “ปีแห่งควินัว”

หน่วยงานที่ดูแลด้านอาหารและการเกษตรของสหประชาชาติ The U.N.'s Food and Agriculture Organization (FAO) กล่าวว่าสามารถทดแทนนมแม่ได้
ตัวอย่างสารอาหารต่างๆ Quinoa สุก 1 ถ้วย ประกอบด้วย:-
คาร์โบไฮเดรท 13%                                  Fiber 21%                           Protien 16%
Vitamin E (alpha tocopherol) 6 %               Vitamin B6 11%                Folate 19%
Thiamin 13%                                            Riboflavin 12%                 Calcium 3%
Magnesium 30%                                       Phosphorus 28 %             Iron 15%
Patassium 9%                                          Sodium 1%                       Zinc 13%
Copper 18%                                             Manganese 58%               Selenium 7%
Niacin 4%
Source: Nutrient data for this listing was provided by USDA SR-21.     
                                                    แปลงเพาะปลูกควินัวบริเวณเทือกเขาแอนดิส
นอกจากนี้นักโภชนาการหลายสำนักได้ยกย่องให้ Quinoa เป็นสุดยอดอาหารทรงคุณค่าอันดับที่ 4 จาก 10 อันดับ
ของอาหารที่มีอยู่บนโลกผืนนี้  ลองนึกตามนะครับว่ามันน่าจะจริงไหม และ 10 อันดับมีอะไรบ้าง......
 10 ชาเขียว                                                                             9. กระเทียม
  
 8. เกรฟฟุต                                                                                      7. โยเกิร์ต  
                      











                  6. อโวคาโด                                                                    5. ไข่            
                                                          
                 










4. ควินัว                                                                           3.พริกหยวก 
 
 2. อัลมอนด์                                                                1. สวิสขาร์ด

 พาอ้อมไปซะไกลกลับมารู้จักควินัว พืชมหัศจรรย์อันดับที่ 4  กันต่อดีกว่า  เนื่องจากว่าหลาย ๆ คน งงกันอยู่ว่าพืชชื่อไม่คุ้นหูเนี่ยมีที่มาที่ไปอย่างไร 
ควินัวหาซื้อยาก ในเมืองไทยแทบไม่มี หลายๆ คนก็เพิ่งได้ยินชื่อมันครั้งแรกในบทความนี้ด้วยซ้ำ  
ควินัวให้สารอาหารมากกว่าเมล็ดพืขชนิดอื่นใดบนโลกนี้ มันมีไฟเบอร์มากกว่าข้าวกล้องถึงสองเท่า และมีกรดอะมิโน เอซิด ซึ่งร่างกายจะนำมาสร้างเป็นโปรตีน นำไปใช้ซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย
การรับประทานเจ้าควินัวนี้ นอกจากจะได้โปรตีน ไฟเบอร์ และไขมันที่มีประโยชน์ แถมคาโบร์ไฮเดรตต่ำแล้ว มันยังไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นด้วย มันเป็นอาหารวิเศษสำหรับคนลดน้ำหนักเลยทีเดียว

 ถัดจากนี้จะเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพ ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลรูปภาพมากจากหลาย ๆ ที่ ขอรับ..กระผม
ควินัวระยะต้นอ่อนหน้าก็คล้าย ๆ พืชแถวบ้านเราเนี่ยะแหละ

                                                                                Quinoa ระยะออกดอก
 
                      การเตรียมแปลงเพาะปลูก                                      การปลูกแบบหยอดหลุมตามใจฉัน
    







  





ควินัวระยะเจริญเติบโตเต็มที่

  






                                                        


   ควินัวระยะออกดอกออกผล สีสันสดใส









                                                                              

    รอยยิ้มกับผลผลิตเต็มอ้อมแขน
     
                                                            การเก็บเกี่ยวควินัว คล้าย ๆ ลานข้าวแถวบ้านเรา

  
 ควินัววางขายในตลาด หลายสายพัน หลายสี
Quinoa ดิบเป็นเมล็ดเล็กๆ แบบนี้ เราซื้อมาราคา $ 3.83 ต่อปอนด์ เทียบเป็นเงินน่าจะประมาณ 115 บาท





นำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู

ด้วยเป็นพืชที่คุณค่าอาหารสูง ได้มีบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดูแลผิวพรรณ ซึ่งมีทั้ง Body cream และสกัดนำนมของควินัว มาเป็นส่วนผสมผสานในผลิตภัณฑ์เพื่อ บำรุงผิวกายที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวแห้งกร้านได้อย่างล้ำลึก สารอาหารในน้ำนม อุดมไปด้วยโปรตีน แป้ง วิตามิน และ แร่ธาตุนานาชนิด อีกทั้งยังช่วยลดความแห้งกร้าน ให้ผิวดูเปล่งปลั่งอีกด้วย  
***
กลูเตน (Gluten)  คือ โปรตีนชนิดที่พบในข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์  ข้าวโอ๊ต  มีคุณสมบัติพิเศษเวลานำไปปรุงเป็นอาหารจะฟู สด นุ่ม หรือกรอบกรุบกรับ เคี้ยวอร้อย อร่อย นั่นแหละครับ   แต่จะมีบางคนที่เป็นโรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) ซึ่งเป็นอาการระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โดยร่างกายจะผลิตแอนตี้บอดี้ออกมาทำลายเนื้อเยื่อลำไส้เล็กและเกิดการอักเสบ  ซึ่งตรงลำไส้เล็กนี่เองจะเป็นพื้นที่ย่อยและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายของเรา  มีผลทำให้การดูดซึมอาหารได้น้อยลง   ถ้าเรารับประทานกลูเตนเข้าไปลำไส้เล็กก็จะถูกทำลาย แต่เมื่อเราหยุดรับประทานกลูเตนร่างกายเราก็จะซ่อมแซมตัวเองและหายจากอาการอักเสบกลับมาทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่ต่าง ๆ ได้ตามปกติ 


อาการแพ้กลูเตนมีหลากหลายมาก อาจเป็นอาการเดี๋ยว ๆ หรืออาการร่วมกันได้ เช่น  เหนื่อย  อ่อนเพลีย  เฉื่อยชา  โลหิตจาง  ท้องอืด  ท้องร่วง  ท้องผูก  บางคนมีทั้งท้องเสียและท้องผูก  ปวดท้อง  ลำไส้มีก๊าซ  อาการคลื่นเหียนและ อาเจียน  น้ำหนักลดหรือเพิ่มผิดปกติ  หรือมีอาการคล้าย ๆ โรคกระเพาะอาหาร  หรือแพ้อาหารบางอย่าง  บางคนมีอาการคล้ายโรคเครียด และเป็นได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยชรา บางคนออกอาการช้า ๆ  บางคนออกอาการเร็ว รุนแรง  เป็นแล้วเป็นเลย..รักษาได้โดยการไม่รับประทานเท่านั้น...โห.ย....
อาการแพ้เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เน้นมากกับคนยุโรป และคนแถบเอเชียตะวันตก   ให้สังเกตุอาการตัวเองก็แล้วกันว่าถ้ามีอาการต่าง ๆ คล้าย ๆ ข้างต้นก็ให้งดหรือหลีกเลี่ยงก็จะดีนะครับ
แต่โลกก็ไม่โหดร้ายเสมอไปนะครับ  ในผลิตภัณฑ์แป้ง หรือขนม หรือเครื่องปรุงรส  ที่ปลอดGluten ก็มี  เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้  ถ้าสังเกตุให้ดีจะมีเครื่องหมาย Gluten Free อยู่  ก็เป็นอันว่าปลอดภัยแล้วละครับ
    

สำหรับคนที่ไม่มีอาการ  Coeliac Disease  นับว่าเป็นโชคอย่างมหาศาล  เพราะ Gluten มีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างข้าวสาลี มีโปรตีนถึง 23 กรัม/ 1/4 ถ้วย ซึ่งมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อวัว เนื้อไก่  เนื้อปลา น้ำหนัก 3 ออนช์ซะอีก ยังไงก็อย่าเพลิดเพลินกับรสชาติจนลืมดูแลสุขภาพก็แล้วกัน เดี่ยวน้ำหนักเพิ่มตัวแตกแล้วจะลำบาก... นึกถึงคำพูดติดตลก ๆ "ตอนเข้ากิโลละร้อยตอนเอาออกกิโลละแสน" เข้าไว้   ปะเดี๋ยวเบาหวานและคณะแวะมาทักทาย เป็นแขกส่วนเกินที่ไม่ได้เชิญ ลำบากแย่เลยครับ......   
http://health4friends.lnwshop.com/
 ที่มา :  
http://rueanthai2.lefora.com/2012/06/10/quinoa/
http://www.toptenthailand.com/343-top.html
http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Chenopodium_quinoa_in_Cachilaya,_Bolivia,_Lake_Titicaca.JPG
http://www2.cnrs.fr/en/693.htm
http://www.quinoa.net
http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_youtube.php?youtube_id=603
http://www.noyshop.com/web-board/board.php?newsId=1329
http://bakerybasic.blogspot.com/2010/03/blog-post.html