Quinoa (ควินัว)
คือพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งคนทั่วไปเห็นรูปร่างหน้าตาภายนอกแล้วคิดว่าเป็นพืชตระกูลธัญพืช พวกเดียวกับข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ แต่ความจริงพืชตระกูลนี้อยู่ในสปีชีส์ที่ใกล้เคียงกับหัวบีทและผักปวยเล้ง Quinoa (ควินัว, คีนนาว, คี้หนั่ว ฯลฯ แล้วแต่สำเนียงการอ่านของแต่ละประเทศ) สุดยอดอาหารของชาวอินคาโบราณ เป็นพืชพันธุ์พื้นเมืองในเขตที่แหล่งปลูกดั้งเดิมมาจากกลุ่มประเทศในเขตเทือกเขาแอนดิส ในทวีปอเมริกาใต้ ชาวอินคาถือว่าเมล็ดคีนัวนั้นเป็นเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ และทำการเพาะปลูกมากว่า 3-4 พันปีแล้ว ผลผลิตที่มากที่สุดอยู่ที่ โบลีเวีย และ เปรู
Quinoa เป็นเมล็ดที่มีสารอาหารสูงมาก ทั้งโปรตีนปริมาณมากถึง 16 - 18% รวมทั้งสารอาหารอื่นๆ อย่างไฟเบอร์ กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก คีนัวเป็นอาหารที่ย่อยได้ง่ายและปราศจาก กลูเตน*** คีนัวเป็นอาหาร ให้พลังงานสูง ถือเป็น super food ขนานแท้ ล่าสุดองค์การสหประชาชาติประกาศให้ปี 2013 เป็น “ปีแห่งควินัว”
หน่วยงานที่ดูแลด้านอาหารและการเกษตรของสหประชาชาติ The U.N.'s Food and Agriculture Organization (FAO) กล่าวว่าสามารถทดแทนนมแม่ได้
ตัวอย่างสารอาหารต่างๆ Quinoa สุก 1 ถ้วย ประกอบด้วย:-
คาร์โบไฮเดรท 13% Fiber 21% Protien 16%
Vitamin E (alpha tocopherol) 6 % Vitamin B6 11% Folate 19%
Thiamin 13% Riboflavin 12% Calcium 3%
Magnesium 30% Phosphorus 28 % Iron 15%
Patassium 9% Sodium 1% Zinc 13%
Copper 18% Manganese 58% Selenium 7%
Niacin 4%
Source: Nutrient data for this listing was provided by USDA SR-21.
แปลงเพาะปลูกควินัวบริเวณเทือกเขาแอนดิส
นอกจากนี้นักโภชนาการหลายสำนักได้ยกย่องให้ Quinoa เป็นสุดยอดอาหารทรงคุณค่าอันดับที่ 4 จาก 10 อันดับ
ของอาหารที่มีอยู่บนโลกผืนนี้ ลองนึกตามนะครับว่ามันน่าจะจริงไหม และ 10 อันดับมีอะไรบ้าง......
10 ชาเขียว 9. กระเทียม
8. เกรฟฟุต 7. โยเกิร์ต
6. อโวคาโด 5. ไข่
4. ควินัว 3.พริกหยวก
2. อัลมอนด์ 1. สวิสขาร์ด
พาอ้อมไปซะไกลกลับมารู้จักควินัว พืชมหัศจรรย์อันดับที่ 4 กันต่อดีกว่า เนื่องจากว่าหลาย ๆ คน งงกันอยู่ว่าพืชชื่อไม่คุ้นหูเนี่ยมีที่มาที่ไปอย่างไร
ควินัวหาซื้อยาก ในเมืองไทยแทบไม่มี หลายๆ คนก็เพิ่งได้ยินชื่อมันครั้งแรกในบทความนี้ด้วยซ้ำ
ควินัวให้สารอาหารมากกว่าเมล็ดพืขชนิดอื่นใดบนโลกนี้ มันมีไฟเบอร์มากกว่าข้าวกล้องถึงสองเท่า และมีกรดอะมิโน เอซิด ซึ่งร่างกายจะนำมาสร้างเป็นโปรตีน นำไปใช้ซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย
การรับประทานเจ้าควินัวนี้ นอกจากจะได้โปรตีน ไฟเบอร์ และไขมันที่มีประโยชน์ แถมคาโบร์ไฮเดรตต่ำแล้ว มันยังไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นด้วย มันเป็นอาหารวิเศษสำหรับคนลดน้ำหนักเลยทีเดียว
ถัดจากนี้จะเป็นการเล่าเรื่องด้วยภาพ ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลรูปภาพมากจากหลาย ๆ ที่ ขอรับ..กระผม
ควินัวระยะต้นอ่อนหน้าก็คล้าย ๆ พืชแถวบ้านเราเนี่ยะแหละ
การเตรียมแปลงเพาะปลูก การปลูกแบบหยอดหลุมตามใจฉัน
ควินัวระยะเจริญเติบโตเต็มที่
ควินัวระยะออกดอกออกผล สีสันสดใส
รอยยิ้มกับผลผลิตเต็มอ้อมแขน
การเก็บเกี่ยวควินัว คล้าย ๆ ลานข้าวแถวบ้านเรา
ควินัววางขายในตลาด หลายสายพัน หลายสี
Quinoa ดิบเป็นเมล็ดเล็กๆ แบบนี้ เราซื้อมาราคา $ 3.83 ต่อปอนด์ เทียบเป็นเงินน่าจะประมาณ 115 บาท
นำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู
ด้วยเป็นพืชที่คุณค่าอาหารสูง ได้มีบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดูแลผิวพรรณ ซึ่งมีทั้ง Body cream และสกัดนำนมของควินัว มาเป็นส่วนผสมผสานในผลิตภัณฑ์เพื่อ บำรุงผิวกายที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวแห้งกร้านได้อย่างล้ำลึก สารอาหารในน้ำนม อุดมไปด้วยโปรตีน แป้ง วิตามิน และ แร่ธาตุนานาชนิด อีกทั้งยังช่วยลดความแห้งกร้าน ให้ผิวดูเปล่งปลั่งอีกด้วย
***
กลูเตน (Gluten) คือ โปรตีนชนิดที่พบในข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต มีคุณสมบัติพิเศษเวลานำไปปรุงเป็นอาหารจะฟู สด นุ่ม หรือกรอบกรุบกรับ เคี้ยวอร้อย อร่อย นั่นแหละครับ แต่จะมีบางคนที่เป็นโรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) ซึ่งเป็นอาการระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โดยร่างกายจะผลิตแอนตี้บอดี้ออกมาทำลายเนื้อเยื่อลำไส้เล็กและเกิดการอักเสบ ซึ่งตรงลำไส้เล็กนี่เองจะเป็นพื้นที่ย่อยและดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายของเรา มีผลทำให้การดูดซึมอาหารได้น้อยลง ถ้าเรารับประทานกลูเตนเข้าไปลำไส้เล็กก็จะถูกทำลาย แต่เมื่อเราหยุดรับประทานกลูเตนร่างกายเราก็จะซ่อมแซมตัวเองและหายจากอาการอักเสบกลับมาทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่ต่าง ๆ ได้ตามปกติ

อาการแพ้กลูเตนมีหลากหลายมาก อาจเป็นอาการเดี๋ยว ๆ หรืออาการร่วมกันได้ เช่น เหนื่อย อ่อนเพลีย เฉื่อยชา โลหิตจาง ท้องอืด ท้องร่วง ท้องผูก บางคนมีทั้งท้องเสียและท้องผูก ปวดท้อง ลำไส้มีก๊าซ อาการคลื่นเหียนและ อาเจียน น้ำหนักลดหรือเพิ่มผิดปกติ หรือมีอาการคล้าย ๆ โรคกระเพาะอาหาร หรือแพ้อาหารบางอย่าง บางคนมีอาการคล้ายโรคเครียด และเป็นได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยชรา บางคนออกอาการช้า ๆ บางคนออกอาการเร็ว รุนแรง เป็นแล้วเป็นเลย..รักษาได้โดยการไม่รับประทานเท่านั้น...โห.ย....
อาการแพ้เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่เน้นมากกับคนยุโรป และคนแถบเอเชียตะวันตก ให้สังเกตุอาการตัวเองก็แล้วกันว่าถ้ามีอาการต่าง ๆ คล้าย ๆ ข้างต้นก็ให้งดหรือหลีกเลี่ยงก็จะดีนะครับ
แต่โลกก็ไม่โหดร้ายเสมอไปนะครับ ในผลิตภัณฑ์แป้ง หรือขนม หรือเครื่องปรุงรส ที่ปลอดGluten ก็มี เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้ ถ้าสังเกตุให้ดีจะมีเครื่องหมาย Gluten Free อยู่ ก็เป็นอันว่าปลอดภัยแล้วละครับ
สำหรับคนที่ไม่มีอาการ Coeliac Disease นับว่าเป็นโชคอย่างมหาศาล เพราะ Gluten มีโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างข้าวสาลี มีโปรตีนถึง 23 กรัม/ 1/4 ถ้วย ซึ่งมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อปลา น้ำหนัก 3 ออนช์ซะอีก ยังไงก็อย่าเพลิดเพลินกับรสชาติจนลืมดูแลสุขภาพก็แล้วกัน เดี่ยวน้ำหนักเพิ่มตัวแตกแล้วจะลำบาก... นึกถึงคำพูดติดตลก ๆ "ตอนเข้ากิโลละร้อยตอนเอาออกกิโลละแสน" เข้าไว้ ปะเดี๋ยวเบาหวานและคณะแวะมาทักทาย เป็นแขกส่วนเกินที่ไม่ได้เชิญ ลำบากแย่เลยครับ......
http://health4friends.lnwshop.com/
ที่มา :